พลังคนกีฬา
external image VZXa6np.jpg
external image VZXa6np.jpg

พรรคพลังคนกีฬา (อังกฤษ: Sport Party of Thailand ตัวย่อ: S.P.O.T. พ.ก.) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552โดยมีนายวนัสธนา สัจจกุล เป็นหัวหน้าพรรค และนายวิรุณ เกิดชูสกุล เป็นเลขาธิการพรรค โดยมีนโยบายหลักเพื่อพัฒนาวงการกีฬาและสร้างความสามัคคีของคนในชาติ

http://www.sportparty.or.th



กลุ่มพรรคย่อย

กลุ่มพลังกีฬาสายเลือดใหม่



นายธนกฤต หอมศิริ

Mr.Thanakrit Homsiri

: Party Leader, President

  • ปริญญาตรี เกษตรศาสตรบัณฑิต (พืชไร่) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เกษตรศาสตร์) สาขาวิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์การเกษตร
  • ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ *กำลังศึกษา*


สุพัฒน์ หอมศิริ : Vice President


อภิสิทธิ์ ฟ้ากระจ่าง : Assistance

ทศพล โสมะนันท์ : Secretary

เอกภพ สายทอง : Spokesman

อรัญ ผิวงาม : Registrar

วงเดือน การุณจิตร :Treasurer

และคณะกรรมการบริหารฯ จำนวน 8 คน



นโยบายพรรค

พรรคพลังคนกีฬา จัดตั้งขึ้นโดยมีนโยบายสำคัญ 11 ข้อ คือ

  1. หล่อหลอมให้เยาวชนของชาติภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ไม่แยกสี ไม่แยกภาค ไม่แยกศาสนา อยู่ใต้ร่มธงไตรรงค์ผืนเดียวกัน และมีองค์พระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน
  2. หล่อหลอมให้เยาวชนของชาติเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี มีน้ำใจนักกีฬาและปลอดยาเสพติด
  3. พัฒนากีฬาไทยให้ทัดเทียมกับประเทศเกาหลีและประเทศญี่ปุ่น
  4. ส่งเสริมให้มีการแข่งขันกีฬาทั้งระดับนานาชาติ ระดับชาติ และระดับท้องถิ่น
  5. สร้างสถานที่เล่นกีฬา ออกกำลังกายให้ครบทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล และทุกหมู่บ้าน
  6. จัดหาอุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ออกกำลังกายให้เหมาะสมตามความต้องการของท้องถิ่น
  7. ตั้งกองทุนกีฬาประจำตำบลเพื่อให้ชุมชนมีต้นทุนในการทำกิจกรรมกีฬา
  8. สนับสนุนให้นักกีฬาไทยมีโอกาสไปฝึกซ้อม และแข่งขันต่างประเทศ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองและประเทศชาติ
  9. จัดให้มีกิจกรรมกีฬา ทั้งเพื่อการออกกำลังกาย และการแข่งขันสำหรับผู้สูงอายุ
  10. จัดให้มีกิจกรรมกีฬา ทั้งเพื่อการออกกำลังกาย และการแข่งขันสำหรับคนพิการ
  11. เปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถจากภาคประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในตำแหน่งรัฐมนตรี


สมาชิกต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

  1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิดหรือโดยการแปลงสัญชาติซึ่งได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นใบสมัครเป็นสมาชิก
  3. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  4. ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
  5. ไม่เป็นบุคคลต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
  6. ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย
  7. ไม่เคยกระทำความผิดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดฐานลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดเกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่ถ้ามีเหตุผลจำเป็นเป็นกรณีพิเศษ คณะกรรมการบริหารพรรคอาจพิจารณารับผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อนี้ให้เป็นสมาชิกก็ได้
  8. ไม่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
  9. มิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นในวันสมัครเป็นสมาชิก


สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดเมื่อ

  1. ตาย
  2. ลาออกโดยยื่นใบลาออกต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคและมีผลตั้งแต่วันที่สำนักงานใหญ่พรรคลงทะเบียนรับใบลาออก
  3. ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับพรรคข้อ 9 (3) (4) (5) (6) (7) และ (8)
  4. ขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
  5. คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ


สมาชิกมีสิทธิดังต่อไปนี้

  1. มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในที่ประชุมใหญ่ของพรรค
  2. มีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค
  3. มีสิทธิขอสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค ในการเลือกตั้งทั้งปวงที่ราษฎรเป็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับพรรค
  4. มีสิทธิในการให้ข้อเสนอแนะต่อพรรค
  5. มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการ คณะทำงาน หรือ คณะอนุกรรมการ ต่าง ๆ ของพรรค
  6. มีสิทธิได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนสมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่ และลงคะแนนเสียงในที่ประชุมของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
  7. มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนหัวหน้าพรรค หรือ กรรมการบริหารพรรคออกจากตำแหน่ง


สมาชิกมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

  1. ปฏิบัติตามข้อบังคับพรรค
  2. รักษาชื่อเสียงของพรรคโดยไม่ปฏิบัติไปในทางที่จะนำความเสียหายมาสู่พรรค
  3. สนับสนุนส่งเสริมและเผยแพร่นโยบายและอุดมการณ์ของพรรค ตลอดจนกิจกรรมของพรรค
  4. สนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค

กรรมการบริหารพรรคมีอำนาจหน้าที่ และมีความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

หัวหน้าพรรค
  1. เป็นหัวหน้ารับผิดชอบการบริหารงานของพรรค ตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค
  2. เป็นผู้แทนของพรรคในการดำเนินกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้ หัวหน้าพรรคจะมอบหมายเป็นหนังสือให้กรรมการบริหารคนหนึ่ง หรือ หลายคนทำการแทนก็ได้
  3. แต่งตั้งผู้อำนวยการพรรคและรองผู้อำนวยการพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค
  4. แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือ บุคคลให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วรายงานให้คณะกรรมการบริหารพรรคทราบ
  5. มอบอำนาจในการอนุมัติ หรือ อนุญาตให้กรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่ง หรือ คณะใดคณะหนึ่งทำการแทนได้
  6. อำนาจหน้าที่อื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กฎหมายอื่น ๆ หรือในข้อบังคับพรรค
  7. จัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาให้ถูกต้องตามความ เป็นจริงตามวิธีการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกำหนดและแจ้งให้นายทะเบียนพรรค การเมืองทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค
มีอำนาจหน้าที่ และรับผิดชอบงานตามที่หัวหน้าพรรคมอบหมาย
  1. บริหารงาน ในหน่วยงานต่างๆ ของพรรค
  2. การจัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค การประชุมใหญ่ และการประชุมอื่นๆ
  3. แต่งตั้งผู้ช่วยเลขาธิการพรรค จำนวนไม่เกินหกคน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค
รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค
มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่เลขาธิการพรรคมอบหมาย

มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการควบคุมการรับ – จ่ายเงิน การบัญชีและ งบดุลของพรรค ตามกฎหมายหรือระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
โฆษกพรรค
มีหน้าที่ ในการประชาสัมพันธ์งานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
นายทะเบียนสมาชิกพรรค
มีอำนาจ และ หน้าที่ในการจัดทำทะเบียนรายชื่อสมาชิกและสาขาพรรค ตามที่กฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด
กรรมการบริหารพรรคอื่น
มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย


การบริหารการเงิน ทรัพย์สิน รายได้ การบริจาค การใช้จ่ายและการจัดทำบัญชี


การบริหารการเงิน ทรัพย์สิน รายได้ การบริจาค การใช้จ่ายและการจัดทำบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนด



การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับพรรค และแนวนโยบายของพรรค




การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับพรรค และแนวนโยบายของพรรคจะทำได้ก็แต่ด้วยความเห็น ชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคและได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ แต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรค อาจมีมติให้แก้ไขข้อบังคับพรรคหรือแนวนโยบายของพรรคได้ แต่เมื่อได้ดำเนินการไปแล้วจะต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ภายในเก้า สิบวันนับแต่วันได้แก้ไข ถ้าที่ประชุมใหญ่ไม่เห็นชอบด้วย ข้อแก้ไขก็เป็นอันตกไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนกิจการที่ได้ดำเนินการไปแล้วอันเนื่องมาจากการ แก้ไขข้อบังคับพรรคข้างต้น






การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับพรรคหรือแนวนโยบายของพรรคให้ดำเนินการ ดังนี้


  1. ญัตติเสนอจากคณะกรรมการบริหารพรรค หรือ คณะกรรมการสาขาพรรคจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนสาขาทั้งหมด และกรรมการบริหารพรรคจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมดให้การรับรอง
  2. ที่ประชุมใหญ่ให้ความเห็นชอบโดยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งขององค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่เท่าที่มีอยู่ และอยู่ในที่ประชุม


หมวดเบ็ดเตล็ด


หากมีปัญหาเกี่ยวกับการตีความ หรือ การงดเว้นการใช้ข้อบังคับพรรคข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรคโดยคะแนนเสียงสามในสี่ของ จำนวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด



เทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านกีฬาทีสำคัญและมีบทบาทในปัจจุบัน


navybkw_New-Sheet.jpg
Create by : ธนกฤต หอมศิริ




800px-ESPN_wordmark.svg.png


Entertainment and Sports Programming Network หรือที่เรียกว่า ESPN เป็นสถานีเคเบิลทีวีของอเมริกาที่ผลิตและแพร่ภาพรายการเกี่ยวกับกีฬาตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ก่อตั้ง ESPN คือ Scott Rasmussen[1] และ Bill Rasmussen พ่อของเขา ESPN ออกอากาศครั้งแรกวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2522 ภายใต้การควบคุมของ Chet Simmons ประธานและซีอีโอคนแรกของสถานี (ต่อมาเขาไปเป็นผู้บริหารสูงสุดคนแรกของลีกอเมริกันฟุตบอล) บริษัท Getty Oil เป็นผู้ให้เงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจใหม่นี้ ประธานคนปัจจุบันของ ESPN คือ จอร์จ โบเดนไฮเมอร์ (George Bodenheimer) เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 และวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2546 เขาก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าของ ABC Sports ด้วย นับแต่นั้นมาเขาก็ได้เปลี่ยนแบรนด์ใหม่เป็น ESPN on ABC (อย่างไรก็ตามในทางกฎหมาย ABC Sports ยังคงเป็นอีกบริษัทที่แยกจาก ESPN)
รายการที่เป็นสัญลักษณ์ของ ESPN คือ SportsCenter ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกที่ ESPN และออกอากาศตอนที่ 30,000 ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ESPN แพร่ภาพรายการส่วนใหญ่จากสตูดิโอในบริสตอล รัฐคอนเนตทิคัต นอกจากนี้ ESPN ยังมีสำนักงานในนครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก, ซีแอตเทิลรัฐวอชิงตัน, ชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา และลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ชื่อของ ESPN ถูกเปลี่ยนให้ยาวขึ้นไปอีกว่า "ESPN Inc."
ESPN ทำการตลาดตัวเองในฐานะ "The Worldwide Leader in Sports" (ผู้นำระดับโลกในเรื่องกีฬา) ซึ่งเป็นสโลแกนที่ปรากฏอยู่เกือบทุกสื่อ แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ให้กำเนิดสโลแกนนี้
รายการส่วนใหญ่ของ ESPN และเน็ตเวิร์คร่วม จะเป็นการถ่ายทอดกีฬาสดหรือเทป และรายการข่าวที่เกี่ยวกับกีฬา (เช่น SportsCenter) เวลาที่เหลือก็จะเป็นทอล์คโชว์ที่เกี่ยวกับกีฬา (เช่น Around the Horn, Jim Rome is Burning, Outside The Lines, and PTI) และสารคดีที่เกี่ยวกับกีฬา


หลักการทำงาน

ESPN Now

ESPN Now เป็นช่องทีวีที่ใช้สำหรับกิจกรรมทางการตลาดที่เป็นเคเบิลระบบดิจิตอลมาก่อน โดยออกอากาศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544-2547 รวมทั้งแสดงราคาสินค้า ควบคู่ไปกับ ESPN และโฆษณาที่เป็นการส่งเสริมการขายของ Go.com ส่วนใหญ่แล้วช่อง ESPN Now จะนำไปใช้เพื่อโปรโมทกีฬาระดับวิทยาลัยของ ESPN ในแพ็คเกจแบบ pay per view ให้กับผู้ชม ในที่สุดแล้วช่อง ESPN Now ก็หยุดออกอากาศเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของระบบ video on demand
===[แก้]

=

อินเทอร์เน็ต

  • ESPN Motion (พ.ศ. 2546-ปัจจุบัน)
  • ESPN 360 (พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน)
  • ESPN.com
  • ESPN.mobi
  • ESPNdeportes.com
  • ESPN.com in Portuguese for Brazil
  • Soccernet
  • Cricinfo.com
  • Scrum.com
  • EXPN.com


ประโยชน์
รับชมการถ่ายทอดสดรายการกีฬาต่างๆ เพื่อความบันเทิง ผ่านอินเตอร์เนตที่ เวปไซด์ของ ESPN


การนำไปใช้
ใช้อัพเดทข่าวสารทางด้านกีฬาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
5960.jpgORqdcNsz1iC3mj1.jpg2_008.jpglfc412celeb1005.jpg